ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านสำคัญอย่างไร ทำไมทุกบ้านควรติด?


ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านสำคัญอย่างไร ทำไมทุกบ้านควรติด?


หนึ่งปัญหาของคนที่อาศํยอยู่ในที่พักอาศัยทั้งที่พักอาศัยที่เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์หรือคอนโดมิเนียมคือการที่แสงแดดนั้นส่องเข้ามาในบ้านและทำให้บ้านมีอุณหภูมิสูงขึ้น ยิ่งประกอบกับอากาศในประเทศของเราแล้วนั้น ยิ่งทำให้ความร้อนที่มาพร้อมกับแสงแดดที่ส่องผ่านกระจกประตูและหน้าต่างสามารถผ่านเข้ามาในบ้านของเราได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งไอเทมที่ช่วยปกป้องบ้านของเราจากความร้อนจากแสงแดดได้คือฟิล์มกรองแสงสำหรับติดอยู่กระจกประตูหรือหน้าต่างบ้านนั่นเอง ซึ่งฟิล์มกรองแสงนี้เป็นสิ่งช่วยลดความร้อนในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฟิล์มกรองแสงไม่เพียงแค่ช่วยลดความร้อน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าไฟและยังช่วยป้องกันรังสี UV ที่เป็นรังสีซึ่งส่งผลเสียหายต่อตัวเราและช่วยให้ของใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านมีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้นเพราะไม่ถูกแสงแสดและรังสีจากแสงแดดทำลายอีกด้วย วันนี้ทางโครงการบ้านแสนสราญ เชียงใหม่จึงจะมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงสำหรับใช้ติดกระจกบ้านมากฝากในบทความนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเลือกฟิล์มสำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังมองหาฟิล์มกรองแสงสำหรับใช้ป้องกันบ้านของตนเองจากความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้อากาศภายในบ้านเย็นขึ้นทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานในบ้านกันค่ะ รู้จักชนิดฟิล์มกรองแสงสำหรับใช้ติดกระจกบ้าน ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านถูกแบ่งออกเป็น 4 ชนิดใหญ่ ๆ ซึ่งฟิล์มแต่ละชนิดก็จะเหมาะกับการใช้ติดอาคารแต่ละประเภทซึ่งมีความแตกต่างกันไป เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกฟิล์มกรองแสงสำหรับใช้ติดกระจกบ้านได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม แล้วชนิดของฟิล์มกรองแสงสำหรับติดกระจกบ้านจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ 1. ฟิล์มปรอท เป็นฟิล์มกรองแสงที่ถูกเคลือบด้วยสารกันความร้อนประเภทโลหะ ซึ่งทำให้ฟิล์มมีความมันวาวเหมือนกับกระจก ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ติดกระจกบ้านชั้นเดียว โดยมีจุดเด่นคือเป็นฟิล์มที่สามารถกันความร้อนได้ดีมาก ทั้งยังมีราคาที่เป็นมิตรซึ่งเหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการการติดฟิล์มกระจกเพื่อป้องกันแสงแดดในราคาที่ไม่แพง และยังมีความสามารถในการสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับบ้านได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ฟิล์มปรอทก็ยังมีข้อเสียอยู่บางส่วนก็คือทำให้เวลาที่เรามองออกจากภายในบ้านอาจมองได้ไม่ค่อยชัดเจน 2. ฟิล์มดำ เป็นฟิล์มกรองแสงที่ถูกเคลือบด้วยสารต่าง ๆ เพื่อให้ได้เนื้อฟิล์มที่มีสีดำเข้ม ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยป้องกันแสงจากดวงอาทิตย์ได้ดีและยังช่วยลดรังสี UV ที่จะเล็ดลอดเข้ามาในตัวบ้านได้ โดยหากต้องการเลือกใช้ฟิล์มดำจะต้องคำนึงถึงความเข้มของฟิล์มที่เหมาะสม เพราะหากใช้ความเข้มไม่เหมาะสมอาจทำให้พื้นที่ภายในบ้านนั้นมืดจนเกินไป ซึ่งจะฟิล์มมีความเข้มของในการกรองแสงอยู่ที่ 40%, 60% และ 80% ตามลำดับ โดยฟิล์มที่มีความเข้ม 40% จะเป็นฟิล์มที่ติดแล้วทำให้ห้องยังดูมีความโปร่งโล่ง สบายตา จึงเหมาะสำหรับใช้ติดกระจกห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหาร ส่วนฟิล์มที่มีความเข้ม 60% จะเป็นฟิล์มที่ติดแล้วจะมีความเข้มในระดับกลาง ๆ ซึ่งจะกรองแสงได้ดีรวมถึงกันความร้อนได้ค่อนข้างสูงจึงเหมาะกับติดเอาไว้ที่กระจกห้องที่โดนแสงแดดบ่ายส่องเข้ามาหรือเหมาะกับห้องที่ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกของบ้าน และสุดท้ายฟิล์มที่มีความเข้ม 80% จะเป็นฟิล์มที่มีความเข้มมาก ๆ เหมาะกับการติดกระจกของห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างเช่น ห้องนอน เป็นต้น 3. ฟิล์มใส เป็นชนิดฟิล์มที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในบรรดาฟิล์มชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นฟิล์มที่เน้นเรื่องการป้องกันรังสีความร้อนโดยเฉพาะ แต่จะไม่บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น ทั้งยังมีความสามารถในการป้องกันรังสีความร้อนและรังสี UV ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการใช้ในร้านค้า ร้านอาหารหรือโชว์รูมที่ต้องการแสดงสินค้าหน้าร้าน แต่หากต้องการฟิล์มที่มีค่าการป้องกันความร้อนสูงมาก ๆ ฟิล์มใสไม่ค่อยตอบโจทย์มากนัก 4 . ฟิล์มเซรามิค เป็นฟิล์มกรองแสงที่ใช้เทคโนโลยีนาโนเซรามิคในการเคลือบฟิล์ม ทำให้ฟิล์มมีคุณสมบัติที่โดเด่น คือ เมื่อมองจากภายนอกเข้ามาจะมองเห็นฟิล์มเป็นสีดำแต่หากว่ามองจากด้านในออกไปจะสามารถมองเห็นทัศนวิสัยได้อย่างคมชัด และฟิล์มเซรามิคยังเป็นฟิล์มที่สามารถป้องกันความร้อนได้ดีอีกด้วย ซึ่งเป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการสำหรับเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากฟิล์มเซรามิคมีการสะท้อนแสงน้อย สามารถกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังมีราคาไม่แพงมากอีกด้วย ซึ่งเมื่อเรารู้จักประเภทของฟิล์มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านก็คือควรเลือกฟิล์มที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการและเหมาะกับการใช้งาน โดยเลือกจากความเข้มของฟิล์มที่มีความเข้มในการกรองแสงซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ที่ต้องการจะทำการติดตั้ง รวมไปถึงเปรียบเทียบชนิดและยี่ห้อของฟิล์มเพื่อให้ได้ฟิล์มที่ตรงกับความต้องการของเรา นอกจากนี้ หากอยากได้ฟิล์มที่มีคุณภาพก็ควรทำการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเรื่องฟิล์ม เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำฟิล์มที่ตอบโจทย์เรามากที่สุดด้วย ...